มารู้จักกับต้นกำเนิด ที่มาที่ไปของเอไอชัยภูมิ ณ วันที่โครงการเริ่มเดินทาง
ความเป็นมาและแนวคิดการพัฒนา C-SYNC Model
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของจังหวัดชัยภูมิให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายการศึกษาและทิศทางการพัฒนาประเทศ จำเป็นต้องอาศัยการบริหารจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับจังหวัด ระดับหน่วยงานทางการศึกษา ไปจนถึงสถานศึกษาและห้องเรียน โดยเฉพาะการยกระดับ “คุณภาพและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน รวมถึงผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ” ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนคุณภาพและประสิทธิผลของการจัดการศึกษาในพื้นที่
จากการวิเคราะห์บริบทและข้อมูลการศึกษาของจังหวัดชัยภูมิ พบว่า การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติยังเป็นประเด็นสำคัญที่จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาดังกล่าวไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งหากแต่เกี่ยวข้องกับหลายมิติ ทั้งระบบบริหารจัดการของสถานศึกษา ศักยภาพของผู้บริหารและครู กระบวนการจัดการเรียนรู้ การใช้ข้อมูลเพื่อวางแผนพัฒนาผู้เรียน การนิเทศติดตาม ตลอดจนความร่วมมือและการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานทางการศึกษาและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาจึงไม่สามารถดำเนินการโดยสถานศึกษาเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัย “พลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนบนฐานข้อมูลและบริบทของพื้นที่”
ดร.พัทธนันท์ พูนประสิทธิ์
ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผล
ศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ
ผู้คิดค้นและจัดทำ C-SYNC MODEL

ขณะเดียวกัน เมื่อวิเคราะห์บทบาทของ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีภารกิจสำคัญในการอำนวยการ ส่งเสริม สนับสนุน และบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานทางการศึกษาและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด พบว่า สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็น กลไกกลางเชื่อมประสาน ระหว่างนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการกับบริบทและความต้องการจำเป็นของพื้นที่ รวมทั้งเชื่อมโยงหน่วยงานที่มีภารกิจและต้นสังกัดแตกต่างกัน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนาการศึกษาของจังหวัดเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
จากบทบาทดังกล่าว จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนากลไกการทำงานที่เปลี่ยนจากการดำเนินงานแบบแยกส่วน ไปสู่ “การบูรณาการพลังร่วม (Synergy)” โดยใช้โรงเรียนต้นแบบเป็นฐานการเรียนรู้ ใช้ข้อมูลและผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นฐานในการกำหนดประเด็นพัฒนา ใช้กระบวนการนิเทศและการ Coaching เป็นกลไกในการขับเคลื่อน และใช้เครือข่ายความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อยอด และขยายผล
แนวคิดดังกล่าวจึงพัฒนาเป็น “C-SYNC Model” หรือแนวทางการบริหารจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ เพื่อความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน โดยมีหัวใจสำคัญคือ “การรวมพลังของคน หน่วยงาน และเครือข่ายทางการศึกษาให้เกิดพลังร่วมในการยกระดับคุณภาพผู้เรียน” จากการกำหนดเป้าหมายร่วมกัน วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการจำเป็นร่วมกัน วางแผนและพัฒนาร่วมกัน ลงมือปฏิบัติและนิเทศติดตามร่วมกัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากแนวปฏิบัติที่ดี และนำผลสำเร็จไปขยายผลอย่างต่อเนื่อง
C-SYNC Model จึงมิใช่เพียงรูปแบบการดำเนินโครงการ แต่เป็น กลไกการบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาของจังหวัดชัยภูมิ ที่เชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติ เชื่อมโยงหน่วยงานสู่โรงเรียน และเชื่อมโยงการบริหารจัดการสู่ห้องเรียน โดยมีเป้าหมายปลายทางร่วมกัน คือ การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการทดสอบระดับชาติ และสมรรถนะที่จำเป็นของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ดังนั้น เส้นทางการพัฒนา C-SYNC Model จึงเกิดจาก Pain Point → วิเคราะห์บทบาท → บูรณาการความร่วมมือ → พัฒนาโรงเรียนต้นแบบ → นิเทศและ Coaching → แลกเปลี่ยนเรียนรู้ → ขยายผล → ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนการทำงานจาก ต่างคนต่างทำ สู่รวมพลัง ร่วมใจ พัฒนาเด็กไทย สู่อนาคตใหม่ และนำไปสู่การสร้างระบบบริหารจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ของจังหวัดชัยภูมิที่มีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และยั่งยืน






